...สวัสดีครับ วันนี้กระผมนาย Kiryu นำเรื่องราวและข้อมูลเบื้องหลังของ ogre king มา Update ให้ผู้อ่านได้ชมกันเพียบเลยครับ และนี่คือ 1 ข้อมูลเบื้องหลังชิ้นสำคัญที่ผมเค้นมาจากเอ ผู้แต่งเรื่องนี้ครับ โดยจะเป็นโครงเรื่องย่อก่อนที่จะนำมาเขียนเป็นสตอรี่บอร์ด ซึ่งเอก็เล่าให้ฟังว่าก่อนเขียนบอร์ดในแต่ละครั้ง จะต้องเขียนโครงเรื่องไว้ล่วงหน้าก่อนอย่างน้อย 4-5 ตอน การเขียนโครงเรื่องแบบนี้จะทำให้ตอนเขียนสตอรี่บอร์ดทำได้ง่ายขึ้น โดยที่ไม่ต้องเขียนไปคิดไป ( เพราะคิดเนื้อเรื่องมาล่วงหน้าแล้วว่างั้นเถอะ) แต่ถ้าคนที่เคยอ่านฉบับการ์ตูนฉบับจริงมาแล้วก็จะพบว่ามีเนื้อหาอยู่หลายจุดที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งเอก็พยายามหาข้อแก้ตัวกลบเกลื่อนมาว่า "เป็นเพราะจำนวนหน้ามันไม่เอื้ออำนวยครับ" ( เอามือเกาหัว ) ...ครับ! และที่ทุกคนเห็นอยู่นี่ก็คือโครงเรื่องของโอเกอร์คิงตอน 4 ถึงตอน 6 ครับ ซึ่งเนื้อเรื่องทั้งหมดก็จะอยู่ในโอเกอร์คิงฉบับรวมเล่ม 1 ( ซึ่งวางแผงไปแล้ว อย่าลืมหามาอ่านเด้อ )
*หมายเหตุ
สตอรี่บอร์ดหรือบอร์ด คือการวางช่องการ์ตูนและใส่คำพูดของตัวละครแบบคร่าวๆลงในกระดาษ ก่อนนำไปเป็นต้นแบบเพื่อเขียนต้นฉบับจริง ในการวาดการ์ตูนคอมมิคจะต้องทำการเขียนสตอรี่บอร์ดก่อนทุกครั้ง ดังนั้นนี่คือขั้นตอนที่สำคัญมากครับ by Kiryu
โครงเรื่องขนาดย่อ โอเกอร์คิง อหังการ์ราชันย์ยักษ์ ตอนที่ 4- 6
- หลังจากที่ชินรู้ว่าพ่อของตนถูกหมอผีชื่อสมิงดำจับตัวไป ชินจึงอยากที่จะออกเดินทางไปช่วยพ่อกลับมา ทว่าแม่ก็ห้ามชินเอาไว้เพราะเป็นห่วงชิน ขณะเดียวกัน สินก็บอกว่าเขาพอจะรู้จักคนที่ชื่อสมิงดำ และเขาสามารถพาชินไปพบคนๆนี้ได้ ชินอ้อนจนแม่ใจอ่อนยอมปล่อยให้ชินไป เพราะแม่รู้ว่าถึงจะห้ามไว้ เดี๋ยวชินก็จะหาทางแอบไปเองอยู่ดี โดยก่อนไปแม่ได้มอบของสิ่งหนึ่งให้กับชิน เป็นต่างหูรูปพญานาคที่มีความสามารถในการควบคุมพลังยักษ์ในตัวชินไม่ให้มีมากจนเกินไป เมื่อชินสวมใส่ ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นใบหน้าของมนุษย์โดยสมบูรณ์ จากนั้นชินก็ออกเดินทางไปกับพวกของสินโดยมีมูมู่ติดตามไปเป็นเพื่อนชินด้วยอีกคน
- ขึ้นไปบนท้องฟ้าเหนือก้อนเมฆ สัตว์ประหลาดรูปร่างเหมือนปลาขนาดมหึมากำลังลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ ซึ่งแท้จริงแล้วมันเปรียบเหมือนพาหนะลำเลียงขนาดยักษ์ที่มีชีวิต มันอ้าปากของมันขึ้น จากนั้นยักษ์ทหารชั้นต่ำเกือบ 20 ตนก็กระโดดออกจากปากของมัน ลงสู่พื้นดินด้านล่างเสียงดังสนั่นหวั่นไหว หนึ่งในนั้นเป็นยักษ์ชั้นสูงผู้มีอาวุธเป็นขวานขนาดใหญ่และเป็นหัวหน้าของยักษ์ทหารทั้งหมด มันชื่อ รามสูร…
- ณ. บ้านท่าพัน ซึ่งเป็นเมืองท่าขนาดเล็ก มีท่าเรือและมีเรือใหญ่เรือเล็กจอดเทียบท่าอยู่หลายสิบลำ ภายในเมืองมีร้านค้าและตลาดตั้งอยู่ ผู้คนส่วนใหญ่เป็นพ่อค้าและชาวบ้าน และนักเดินทางที่แวะพักเพื่อซื้อสเบียงและสินค้าก่อนที่จะออกเดินทางไปต่อที่อื่น
- ปิกัสโซ่หนุ่มน้อยสวมแว่นชาวต่างชาติ ก้าวขึ้นมาจากเรือที่จอดเทียบท่าอยู่ริมแม่น้ำปิง เขาลงเรือมาอย่างผ่าเผย และค่อนข้างมั่นใจ แต่กลับสะดุดเข้ากับข้าวของระเกะระกะที่วางอยู่ที่พื้นจนกลิ้งโค่โล่ไม่เป็นท่า เขาเก็บสมุดบันทึกที่ทำหล่นและลุกขึ้นปัดฝุ่นที่กางเกง อีกมือก็ขยับแว่นตาให้เข้าที่อย่างเขินอาย ท่าทางเปิ่นๆที่ตรงข้ามกับหน้าตาดูสะอาดสะอ้านน่ารักของเขา ทำเอาเด็กสาวที่ผ่านมาแถวนั้นต้องแอบหัวเราะ
- ปิกัสโซ่ เดินเข้าไปในหมู่บ้าน ก็เห็นผู้คนเดินกันขวั่กไขว่เขารู้สึกตื่นเต้นกับภาพที่เห็น ถึงแม้ที่นี่จะเป็นเพียงเมืองท่าขนาดเล็กก็ตาม เขาเดินตรงไปยังใจกลางเมืองซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรมสำหรับนักเดินทาง และผ่านร้านขายยาแผนโบราณร้านหนึ่ง ภายในร้านมีชายหนุ่มกับหญิงสาวกำลังซื้อยากับหมอยาชาวจีนอยู่
- เมขลา หญิงสาวชาวมอญ กับเมียะบายิน เพื่อนชายจากหมู่บ้านเดียวกันกำลังขอซื้อยาจากหมอจีน แต่ทั้งสองมีเงินไม่เพียงพอกับค่ายา เมขลาจึงคิดที่จะเอา แก้วเจ็ดสี สมบัติล้ำค่าของตนที่สืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษแลกเป็นค่ายา แต่เมียะบายินห้ามเอาไว้ เพราะเห็นว่าสิ่งนี้มีค่ามากและเป็นของที่สืบทอดต่อกันมาช้านาน เมขลาจนใจและคิดหาทางอื่น แต่แล้วมะกะโท น้องชายวัยสิบขวบที่ตามเธอมาด้วยก็หายไปจากร้าน เมขลาและเมียะบายิน จึงต้องออกตามหาเป็นการใหญ่
- บ่อนพนัน ในตัวเมือง ภายในบ่อนเต็มไปด้วยเหล่าบรรดาชายฉกรรย์มากหน้าหลายตาที่กำลังคร่ำเคร่งกับการแทงพนันอย่างไม่ลืมหูลืมตา ปิกัสโซ่เดินผ่านมาหน้าบ่อนพอดีและได้ยินเสียงเฮดังลั่นมาจากด้านใน เขาจึงลองเดินเข้าไปดู ก็เห็นโต๊ะกำถั่วมีคนมุงดูมากมาย ที่นั่นเจ้ามือกำลังหน้าเครียด ฝั่งตรงข้ามคือมะกะโท ที่แทงชนะมาสิบตาติดต่อกัน จนมีเงินกองอยู่ข้างหน้ามากมาย ปิกัสโซ่สงสัยว่าทำไมถึงมีเด็กเข้ามาเล่นได้ คนข้างๆได้ยินจึงตอบว่า “ขอแค่มีเงิน จะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็เข้าได้ทั้งนั้น”
- มะกะโทอยากเลิก เพราะตนแค่คิดหาเงินไปซื้อยาให้พ่อเท่านั้น แต่เจ้ามือไม่ยอมให้เลิกเพราะเสียไปเยอะ มะกะโทเห็นปิกัสโซ่พอดี จึงตู่ไปว่าพี่ชายมาตามแล้ว และรีบจูงมือปิกัสโซ่เดินออกมาจากบ่อนโดยเร็ว
- กลับมาที่พวกของชินอีกครั้ง พวกเขาเดินทางมาเข้ามาในบ้านท่าพัน รองหัวหน้าบอกกับทุกคนคงต้องแวะที่เมืองนี้ก่อนเพื่อซ่อมดาบที่ชินทำร้าว ชินเกิดความรู้สึกผิดนิดๆ แต่ก็ตื่นตากับโลกใหม่ที่ไม่เคยเจอมาก่อนจนลืมเรื่องอื่นไปเลย ระหว่างที่ทุกคนออกมาจากร้านซ่อมอาวุธ ( ช่างตีดาบบอกว่าต้องใช้เวลา 3 วันถึงจะซ่อมดาบเสร็จ ) ก็สวนทางกับปิกัสโซ่และมะกะโทที่กำลังวิ่งไปทางประตูเมือง ปิกัสโซ่ทำสมุดบันทึกหล่นโดยไม่รู้ตัว และชินก็เผอิญเห็นเข้าพอดี
- มะกะโทกับปิกัสโซ่วิ่งออกไปนอกเมือง และนั่งพักเหนื่อยที่ใต้ต้นไม้ ระหว่างนั้นมะกะโทก็เล่าให้ปิกัสโซ่ฟังว่าตนกับพี่สาวและชาวมอญจากหมู่บ้านรามัญได้หนีพวกกองทหารของพระเจ้าอลองพญาที่มารุกรานเข้ามาในอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา แต่พ่อของตนซึ่งเป็นหัวหน้าหมู่บ้านเกิดป่วยด้วยโรคไข้ป่าเสียก่อน ดังนั้นตนกับพี่สาวจึงเข้ามาในเมืองนี้เพื่อซื้อยา แต่ตนรู้ว่าไม่มีเงินพอ และได้ยินคนในเมืองพูดกันว่าถ้าอยากได้เงินต้องเข้าไปในบ่อน ตนจึงลองเข้าไปดู ปิกัสโซ่นั่งฟังอย่างตั้งใจ และรู้สึกสนใจเมื่อรู้ว่ามะกะโทเป็นคนมอญอีกชนชาติหนึ่งที่เขาไม่เคยพบมาก่อน จึงคิดที่จะจดบันทึกลงสมุด แต่ทว่ามันหายไปแล้ว เขารู้สึกใจหายเมื่อรู้ว่าทำสมุดบันทึกหล่นที่ไหนก็ไม่รู้
- ขณะที่ปิกัสโซ่กำลังเครียดที่สมุดบันทึกหายอยู่นั้น รามสูรและยักษ์ทหารสามคนก็โผล่มาด้านหน้าทั้งสองคน มะกะโทหน้าซีดและรีบบอกปิกัสโซ่ว่ายักษ์พวกนี้คือทหารของพระเจ้าอลองพญาที่ทำลายหมู่บ้านรามัญของตนจนยับเยิน
- ทันใดนั้นเองรามสูรก็เขวี้ยงขวานเล่มใหญ่พุ่งเข้าใส่ปิกัสโซ่และมะกะโทอย่างไม่ทันตั้งตัว ทั้งคู่ตกใจ ปิกัสโซ่พยามยามพามะกะโทวิ่งหนี แต่ขวานก็ยังพุ่ง( หมุน ) ตามทั้งสองคนไปจนใกล้จะถึงตัวแล้ว ชินก็กระโดดเข้ามาจับขวานเอาไว้ได้ทันพอดี และหันไปทางปิกัสโซ่ ยื่นสมุดบันทึกให้และบอกว่า เอาของมาคืน
- ปิกัสโซ่ดูงงๆทำอะไรไม่ถูก เขาขอบคุณ แล้วก็นึกถึงการแนะนำตัว เขาจึงยื่นมือไปข้างหน้าและบอกชื่อของตนกับชิน ชินก็ยื่นมือมาจับและบอกชื่อของตนเช่นกัน รามสูรเห็นเข้าก็หัวเราะ แล้วบอกว่าดีแล้วที่รู้จักกันไว้ อย่างน้อยตายไปก็จะได้ไม่เหงา และยิ้มอย่างเย้ยหยันก่อนบอกว่าตนชื่อรามสูร…
- รามสูรถามว่าพี่สาวของมะกะโทอยู่ไหน มะกะโทไม่ยอมบอก และบอกว่าไม่มีวันมอบแก้วเจ็ดสีให้กับพระเจ้าอลองพญาเด็ดขาด
- ชินบอกให้ปิกัสโซ่กับมะกะโทหนีไป ส่วนตนจะขวางพวกยักษ์เอาไว้ให้เอง ปิกัสโซ่ตกใจเลยถามว่าชินจะไปสู้กับยักษ์ได้ยังไง ชินก็บอกว่าไม่ต้องห่วง เพราะตนเคยสู้มาแล้ว จากนั้นปิกัสโซ่ก็พามะกะโทวิ่งหนีไปอีกทาง แต่ปิกัสโซ่ก็ยังอดกังขาในความมั่นใจของชินไม่ได้ รามสูรสั่งให้ทหารยักษ์สามตนไล่ตามสองคนนั้นไปส่วนตนขอจัดการกับชินเอง
- รามสูรพุ่งเข้าจู่โจมชิน แต่ชินรับมือไว้ได้ รามสูรแปลกใจเล็กน้อย เพราะคิดว่าชินน่าจะตายตั้งแต่การจู่โจมครั้งแรกแล้ว “อย่าบอกนะว่าเจ้าเป็นยักษ์?”
- “ใครบอก…ข้าเป็นมนุษย์!” ชินยิ้มตอบอย่างไม่กริ่งเกรง “แม่สอนว่าคนที่รังแกคนที่อ่อนแอกว่าเป็นคนไม่ดี” รามสูรได้ยินแล้วหัวเราะลั่น “นั่นมันแค่คุณธรรม แต่สัจธรรมก็คือ บนโลกใบนี้ ปลาใหญ่ย่อมกินปลาเล็ก จำเอาไว้เจ้าหนู”
- ระหว่างทางหนี ปิกัสโซ่ถามถึงแก้วเจ็ดสี มะกะโทเลยเล่าว่า แก้วเจ็ดสี คือของวิเศษที่มีพลังอำนาจในการทำนายอนาคต...
Hot Link
Ogre King รวมเล่ม 1 วางแผงแล้วทั่วประเทศ
The Art of Ogre โดย มนตรี คุ้มเรือน
The Art of Ogre ตอนที่ 2 โดย มนตรี คุ้มเรือน
Oger Story ตำนานยักษ์
เรื่องย่อ Ogre King ตอนที่ 4 - 6
Ogre King Diary#1 เขียนการ์ตูนที่เราชอบและสนุก
Ogre King Preview Vol.1